บทนำ
ที่พลาดเป็นเมียพระเอก
เสือคชา (๓๗) & เทียนหอม (๒๑)
กลุ่มนักเขียน ๔ หน่อไปฉลองกันถึงเมืองกาญจนบุรี ทว่าดันประสบอุบัติเหตุขับรถตกเขาสู่สุขขิตหมู่ ตอนแรกนึกว่าจะไปเจอกันในนรก แต่เปล่าเลย 'เทียน' ลืมตาตื่นขึ้นมาในบทตัวประกอบที่คอยเสี้ยมตัวร้ายให้รังแกนายเอก
ตอนแรกอินบท เล่นใหญ่เสียจนพ่อพระเอกสุดโหดอย่าง 'เสือคชา' ต้องเข้ามาจัดการตัวประกอบอย่าง 'เทียนหอม' ด้วยตัวเอง เขานึกว่าทำได้ดี แต่ทำไมตอนหลังถึงรู้สึกเหมือนโดนพระเอกลอบมองมาด้วยสายตาแปลก ๆ ตลอดด้วย..
หรือเล่นร้ายได้ดีเกินไป?
แบบนี้คงต้องสุมไฟเพิ่ม เอาให้กระหน่ำ ป่าวประกาศให้รู้ว่าตัวแม่หน้าพ่อมันเป็นยังไง!
...ทว่า...
"มึงจะลุกไปไหน?"
"...."
"กูเพิ่งเคยเห็นคนที่เพิ่งจะมีผัวเมื่อคืน แต่กลับริจะหนีผัวตอนรุ่งสาง"
"ไม่ใช่!!"
"เดินกลับมานอนลงบนแขนเอง หรือจะกูให้ลุกขึ้นไปพากลับมาล่ามที่เตียง"
"ไม่กลับ! ไม่อยากปีนต้นงิ้ว!"
บท 1
การกระทำของตัวละครไม่สมควรลอกเลียนแบบนะคะ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
- Sexual Harassment
"อ่านแล้วมันน่าหงุดหงิด" สิ้นเสียงบ่นของเจ้าตัวกลมที่นั่งซัดขนมเข้าปากตั้งแต่รถเคลื่อนออกจากโรงแรมที่ทั้งสี่คนเพิ่งไปฉลองด้วยกันมา
"เห็นบ่น แต่ก็ตามอ่านจนกลางเรื่องแล้วนี่" หนึ่งในนั้นหัวเราะแผ่วเบาคล้ายกำลังเอ็นดู 'เทียน' เพื่อนนักเขียนที่คบกันมาร่วมสิบปี และนิยายที่เทียนกำลังบ่นอยู่นั้นเห็นว่าเพิ่งไปขุดเจอในเว็บนิยายเก่า สมัยที่แนวชายรักชายยังไม่เป็นที่ยอมรับ เข้าอ่านได้เฉพาะแค่ในเว็บเท่านั้น
"สงสารพระนาย โดนตัวโกงปั่นหัวจนผิดใจกันตั้งหลายครั้ง บางทีเทียนไม่รู้ด้วยว่าจะจบสวยหรือเปล่า" เทียนเลื่อนดูตอนที่มีนับร้อย เป็นนิยายสูตรสำเร็จสมัยสิบกว่าปี พระเอกปากร้ายไม่รู้ใจตัวเอง นายเอกอ่อนต่อโลก มีตัวร้ายที่ต้องการเอาชนะนายเอกทุกทาง
บางทีเทียนก็เชียร์ให้นายเอกได้รักกับพระรองที่ไม่มีแม้จุดบอดทั้งยังแสนดี ซึ่งนักเขียนเองก็ให้เป็นแค่พระรอง ..แม้จะดีอย่างไรก็ไม่อาจได้ครอบครองนายเอก
เทียนยกมือขึ้นกุมขมับ ลมหายใจถูกผ่อนออกมาแผ่วเบา เพื่อนรุ่นพี่ของเขาเพียงหันมามองด้วยรอยยิ้มปกติเทียนชอบอ่านแนวผ่อนคลายสมอง หรือพวกปมน้อย ๆ แก้ไม่ยาก พอได้มาอ่านนิยายแนวนี้ไม่แปลกนักหากจะอินจนเครียดไปกับเนื้อเรื่อง
"อ่าน ๆ ไปเถอะน่า ไหนบอกอยากเขียนแนวอื่นบ้าง"
"ก็อยาก แต่หนักขนาดนี้เทียนไม่ชอบเลย.." เทียนพึมพำ
ยอมรับตรง ๆ ว่าบทตัวละครบางทีก็น่าหงุดหงิด เทียนกดปิดสมาร์ตโฟน ที่เพิ่งซื้อมาจากการขายนิยายเรื่องล่าสุด ดวงตากลมมองออกไปนอกกระจกคล้ายเบื่อหน่าย เพื่อนทั้งสามคนซึ่งเหนื่อยจากการเดินทางพากันทยอยหลับลงไป บรรยากาศบนรถถึงได้เงียบสงัด
"อย่าให้หลุดเข้าไปในนิยายได้นะ จะฉอดให้ฉลาดขึ้นมาเลย" เทียนบ่นใส่ตัวละครที่ไม่มีอยู่จริงพร้อมกรอกตามองบน ระหว่างนั้นเขาดันเหลือบไปเห็นสารถีวัยกลางคนที่จ้างมาขับรถกำลังนั่งคอตกอยู่ ในระหว่างรถกำลังแล่นไปตามท้องถนน
"พี่!" เสียงเทียนตะโกนขึ้นดังลั่น ทำเอาเหล่านักเขียนมือทองทั้งสามคนที่เพิ่งปิดเปลือกตาลงหลับสะดุ้งตื่นขึ้นมา รวมไปถึงคนขับรถเองก็ด้วย
ซึ่งทุกอย่างเหมือนสายเกินแก้ เพราะข้างหน้าเป็นโค้งใหญ่ แม้พยายามบังคับพวงมาลัยแต่เหตุการณ์นั้นกะทันหันมาก ทำให้ตัวรถพุ่งชนรั้วกั้นถนนและตกลงไปในเหวลึกที่เต็มไปด้วยป่าทึบ ทุกคนต่างกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวท่ามกลางความมืดมิด เสียงโครมใหญ่ครั้งสุดท้ายพลันทุกอย่างดับสิ้นลง
เสียงรถพยาบาลดังเข้ามาในโสตประสาทของเทียน นับเป็นสิ่งเดียวที่เขารับรู้ได้ตอนนี้ เปลือกตาสีสวยกะพริบมองดาวบนท้องฟ้า ไม่รู้ทำไมเขาถึงสัมผัสได้ว่าตัวเองกำลังจะตาย
ยังไม่อยากตกกระทะทองแดงเลย เพิ่งเถียงพ่อกับแม่ไปฉอด ๆ ก่อนขึ้นรถกลับเอง
นับเป็นความรู้สึกนึกคิดครั้งสุดท้าย ก่อนลมหายใจโรยรินจะดับสิ้นลง
"เสียชีวิตแล้วครับ" กู้ภัยหนุ่มผ่อนลมหายใจออกมา เขาไม่สามารถช่วยเหลือผู้ประสบเหตุร้ายแรงนี้ได้ ดวงตาคมทอดมองหนุ่มร่างอวบที่สภาพดีกว่าคนอื่นเขา แต่ดันชิงเสียชีวิตไปก่อนเพื่อน ทั้งที่อีกสามคนนั้นอาการหนักกว่าหลายเท่า..
....
แสงแดดยามสายตกกระทบเข้ากับเปลือกตาสวย ใบหน้าจิ้มลิ้มงอง้ำกำลังแสดงความไม่ชอบใจออกมา กระนั้นถึงได้พลิกตัวหนีไปอีกด้าน
"เทียนบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าเปิดม่าน.." เอ่ยออกไปเสียงเครือทั้งเรียวคิ้วที่ขมวดเข้าหากันเพราะรู้สึกแปลกที่แปลกทาง แม้จะยังคงหลับตานอนอยู่
"แม่.." เทียนย้ำออกไปอีกครั้ง ทว่ากลับไร้เสียงตอบกลับมาเช่นเดิม เขาเปิดเปลือกตาขึ้นช้า ๆ เป็นอันต้องดีดตัวขึ้นมาจากเตียงนอนทันที ความทรงจำต่าง ๆ เริ่มหวนคืนกลับเข้ามาอีกครั้ง เขาประสบอุบัติเหตุตกเหวที่กาญจนบุรี แล้วทำไมตอนนี้ถึงมานอนอยู่ที่นี่ได้
เทียนกวาดสายตามองไปถ้วนทั่วคล้ายกำลังตกใจและปะติดปะต่อเรื่องราวไม่ถูก เขารีบลงจากเตียงเพื่อออกไปมองนอกหน้าต่าง เห็นเป็นเพียงหมู่บ้านภายในตลาดที่มีคนเดินขวักไขว่ไปมาไม่ขาดสาย เทียนยืนอึ้งอยู่ตรงนั้นนานนับนาที
ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูสองทีก่อนจะถูกเปิดเข้ามาโดยใครบางคนที่กำลังแสดงสีหน้าไม่พอใจ
"เทียนหอม ข้าเรียกเอ็งเป็นสิบรอบแล้วนะ!?" เสียงที่เขาได้ยินเป็นครั้งแรกดูระคายหูจนต้องหันไปขมวดคิ้วใส่ แถมไอ้คำว่า 'เทียนหอม' นี่แหละที่ทำให้แปลกใจ ชื่อมันคล้ายเขา แต่คุ้น ๆ อย่างไรชอบกล
"...."
"ไปล้างหน้าแปรงฟันได้แล้ว เอ็งตื่นสายตั้งครึ่งชั่วโมงนะ!"
เทียนยังคงทำหน้างงงวย จวบจนกระทั่งอีกฝ่ายเดินกระทืบเท้าปึงปังเข้ามาดันร่างของเขาเข้าไปในห้องน้ำ
"ดะ..เดี๋ยวสิ" เทียนจับขอบประตูห้องน้ำเอาไว้ แต่ดูเหมือนอีกคนไม่คิดฟังนอกจากจะดันเขาเข้าห้องน้ำท่าเดียว
"เร็ว ๆ "
แปรงสีฟันถูกยื่นส่งมา ทั้งยังเอ่ยรีบเร่งให้เขาทำ ในขณะนั้นเทียนยังไม่แม้แต่จะเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันเลยสักนิด
"อาบน้ำด้วย!!"
ปึง!
พออีกฝ่ายพูดเสร็จก็ปิดประตูห้องน้ำดังปึง ทิ้งให้เทียนมองรอบ ๆ ด้วยความสงสัย เขาไม่ชอบห้องน้ำที่นี่เลย ไม่มีแม้แผ่นกระเบื้อง ล้วนทำด้วยไม้และปูน
"เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย"
เทียนพึมพำเสียงสั่น เขาก้มลงมองตัวเองซึ่งมีรูปร่างผายผอมกว่าแต่ก่อน ทั้งที่แม่ของเขาอุตส่าห์ขุนจนมีเนื้อหนังจับมันมือ ผิวขาวดูสุขภาพดีไม่ต่างจากตัวเขาก่อนหน้านี้
เทียนข้ามภพข้ามชาติมาหรืออย่างไร บรรยากาศรอบตัวถึงได้ผิดแผกแปลกไปมากขนาดนี้
ปึง!
"เทียน! ร้านลุงสมรปิดสิบโมงนะ!" คนข้างนอกยังคงโวยวายส่งเสียงดังเข้ามาไม่หยุด เทียนเม้มริมฝีปากแน่นพยายามใช้มือตบหน้าตนเองเรียกสติ ..เผื่อเขาอาจจะฝันอยู่ก็ได้
"เทียนหอม ถ้ายังไม่ได้ยินเสียงน้ำจะเข้าไปลากออกมาเดี๋ยวนี้แหละ!!"
"อะ..อื้ม!" เทียนรีบตอบกลับ ก่อนจะถอดเสื้อผ้าแล้วรีบอาบน้ำให้เรียบร้อยเพราะกลัวคนด้านนอกจะทำอย่างที่พูดจริง ๆ
หลังจากใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วเขาก็ถูกเด็กหนุ่มตรงหน้าที่สูงกว่านิดหน่อยเข้ามากุมมือพร้อมลากให้เดินออกมาจากห้อง
"ดะ..เดี๋ยว" เทียนพยายามดึงมือออก ทว่าอีกคนกลับไม่คิดสน นอกจากถอนลมหายใจเฮือกใหญ่
"ลากเจ้าเทียนไปไหนอีกชะเอม" ในระหว่างที่เทียนกำลังมองรอบด้านอยู่นั้นเขาดันชะงักไปกับชื่อของใครบางคน
"ไปร้านลุงสมรน่ะสิ ไอ้เทียนมันตื่นสายจนจะไม่ได้กินอยู่แล้วเนี่ย!" ชะเอมตอบกลับเสียงเขียว ทั้งยังหันมามองค้อนเขา
"ลากมันเบา ๆ หน่อยสิวะ ตัวก็แค่นั้น"
"ลุงไม่ต้องยุ่งน่ะ" ชะเอมกรอกตามองบน ปกติแล้วเทียนหอมจะรีบเดินตามเขาไม่ต้องให้มาเสียแรงลากตลอดอยู่แบบนี้
แม้ขาเทียนกำลังก้าวเดินอยู่ แถมไม่รู้ว่ากำลังจะถูกพาไปที่ไหน เพราะสมองของเขากำลังประมวลผลเรื่องบางอย่าง ทุกสิ่งที่เขาได้ยินมันคลับคล้ายคลับคลาแปลก ๆ
"ปีนี้ พ.ศ อะไรเหรอ" เทียนยื้อตัวให้เดินช้าลง ชะเอมเลยปล่อยมือแล้วหันมากอดอก
"ถามทำไม ก็ ๒๕๐๐ ไง"
"...." เทียนอ้าปากค้าง ย้อนกลับมาถึงเกือบร้อยปี
"นายชื่อ ชะเอม บุญศรีสุขใช่ไหม"
"เออ หัวไปกระแทกโดนอะไรมาหรือเปล่า" ใบหน้าที่ดูไม่พอใจเริ่มเปลี่ยนเป็นสงสัย ชะเอมกำลังจะก้าวเข้าไปหาเพื่อน ทว่าเทียนหอมกลับถอยหนีไปหนึ่งก้าว
เจ้าของร่างเล็กหน้าซีด มองคนตรงหน้าคล้ายไม่อยากจะนึกเชื่อ อ่านนิยายมาเยอะจนไม่คิดว่าจะมาเจอกับตัวเองจริง ๆ
เขาเกิดใหม่เป็นลูกกระจ๊อกของตัวร้ายอย่างนั้นหรือ!?
"ไม่จริงอะ"
"ไม่จริงอะไร" ชะเอมขมวดคิ้ว กำลังจะเข้ามาคว้าเพื่อนแต่เทียนก็ชักมือหนี แถมยังมองเขาด้วยสายตาแปลก ๆ
"เดี๋ยวร้านลุงสมรปิด ชาแดงอดกินไม่รู้ด้วยนะ"
"...." เทียนเงียบ สีหน้ายังคงแสดงถึงความตกใจกับเรื่องเหลือเชื่อ แต่ปกติแล้วชะเอมจะร้ายกาจกว่านี้ ทำไมถึงยังดูไร้เดียงสาอยู่เลย พอหวนคิดไปถึงปี พุทธศักราช เหตุการณ์วุ่นวายทุกอย่างจะเกิดขึ้นในอีกสองปี แปลว่าตอนนี้ยังไม่มีแรงจูงใจมากพอจะเปลี่ยนให้เด็กหนุ่มตรงหน้ากลายเป็นตัวร้ายที่ถูกนักอ่านสาปส่งจนนักเขียนต้องออกมาชี้แจง
ซึ่งตัวละครของเขาเองก็ถูกสาปเช่นกัน เพราะคอยเสี้ยมชะเอมจนเสียคน บางทีนักอ่านยังเคยบอกด้วยซ้ำว่าตัวละครนี้สมควรได้รับจุดจบแบบตายห่าไปเลย
"ตอนข้าเดินมาซื้อน้ำเต้าหู้ให้แม่ เห็นต้นรักมันนั่งอยู่ในร้านด้วยนะ"
"ฮะ.." เทียนหันพรึ่บทันที ต้นรักคือนายเอกของเรื่องและถูกชะเอมแกล้งมาตั้งแต่เด็ก เขากลืนน้ำลายลงคอเพราะอีกฝ่ายเริ่มทำหน้าทะเล้นเหมือนกำลังนึกแผนสนุก ๆ มากลั่นแกล้งน้องต้นรักผู้น่าสงสาร
"มาได้แล้ว เดี๋ยวมันจะกลับไปก่อน" ชะเอมรีบดึงมือให้เทียนหอมเดินตาม แต่เขาจะไม่ยอมให้เป็นอย่างนั้นนอกจากรีบชักมือกลับ
"เป็นอะไรของเอ็ง?"
"เปล่า ขอตัวก่อนนะ" เทียนกล่าวจบก็หมุนตัวเตรียมจะเดินไปทางอื่น ระหว่างนั้นชะเอมกำลังจะเข้าไปคว้าตัวเทียนกลับมาเพื่อฟาดงวงฟาดงาใส่เหมือนเคย หากไม่ได้ยินเสียงรถใหญ่กำลังเคลื่อนตัวมาทางนี้พร้อมเสียงกรีดร้องตื่นตกใจของชาวบ้าน
ปัง!!
เสียงปืนดังสนั่นไปทั่วทั้งตลาด เทียนเองไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้ใกล้ ๆ เลยเผลอลดตัวนั่งลงพร้อมยกมือขึ้นปิดหูทั้งสองข้าง ก้อนเนื้อบนอกเต้นเร็วเพราะกำลังตกใจถึงขีดสุด
"เสือคชาออกปล้น!!" หนึ่งในชาวบ้านตะโกนขึ้นก่อนทุกคนจะพากันวิ่งแตกตื่นไปคนละทิศคนละทาง ชะเอมเองกำลังจะพาเทียนวิ่งหนี ทว่าไอ้พวกโจรกำลังตรงมาทางนี้พอดี
"เทียน พวกมันกำลังมา หนีก่อน!" ชะเอมเสียงสั่น แต่ดูเหมือนเพื่อนตนจะช็อกไปแล้ว เห็นอย่างนั้นชะเอมเลยเลือกจะหันหลังแล้ววิ่งหนีออกไป ซึ่งเสียงปืนยังคงดังต่อเนื่องจากพวกทางการและหมู่โจรที่เข้าปะทะกัน
เทียนพยายามรวบรวมสติแล้วลุกขึ้นจากพื้นเพื่อวิ่งหนีตามกลุ่มคนไป ทว่าพวกโจรชุดดำดันมีมากกว่าตำรวจ นั่นทำให้เทียนเริ่มแตกกลุ่มจากชาวบ้านแล้วเตลิดไปทางอื่น ทั้งที่เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังอยู่ส่วนไหนของเมือง กระทั่งเข้ามาในตรอกซอยและคิดว่าตัวเองใกล้จะปลอดภัย
ปึก!!
"โอ๊ย!" ราวกับวิ่งชนกำแพงใหญ่ แต่กลับเป็นเพียงแผงอกกว้างกำยำ เทียนเงยหน้าขึ้นเพื่อมองคนตรงหน้า และเขาต้องชะงักทันทีที่เห็นดวงตาคมกริบกำลังจดจ้องมาที่เขา หากอีกฝ่ายไม่สวมผ้าสีดำสนิทปกปิดใบหน้าไปกว่าครึ่ง เทียนคงไม่ยืนตัวสั่นอยู่อย่างนี้
เขากำลังจะก้าวเท้าวิ่งหนี กลับถูกจับไหล่ทั้งสองข้างแล้วเหวี่ยงให้แผ่นหลังชนเข้ากับกำแพงหลังแท้งค์น้ำ เทียนด้วยความตกใจเลยยกแขนขึ้นกั้นระหว่างแผงอกเพราะร่างใหญ่เข้ามาซ้อนทับโดยหันหน้าเข้าหากัน
"เงียบ" เสียงทุ้มดุเอ่ยพูดขึ้นทั้งดวงตาคมกริบที่จดจ้องมายังเทียน
"...." เทียนเม้มริมฝีปากแน่น ตัวสั่นระริกเพราะผู้ชายคนนี้ตัวสูงใหญ่ ผิวคร้ามดำแดด ไหนจะนัยน์ตาที่ดูน่ากลัวจนเขาแทบไม่กล้าขยับตัว
"ผมไม่มีเงินหรอก อึก..ปล่อยผมไปเถอะนะ" เทียนเริ่มอ้อนวอนเสียงเครือ เนื้อตัวสั่นระริกเพราะแขนข้างหนึ่งของไอ้โจรมันกักร่างเขาเอาไว้ ส่วนอีกข้างถือปืนกระบอกสีดำทมิฬ เทียนรู้เลยว่าตนเองกำลังถูกจ้องมองมาแบบไม่วางตา
"กูบอกให้เงียบ" เอ่ยย้ำอีกครั้งเสียงขุ่น ก่อนจะได้ยินเสียงฝีเท้านับสิบกำลังวิ่งมาทางนี้ มันทำให้เทียนกลัวมากกว่าเดิม แต่เมื่อได้ยินบทสนทนาที่อยู่ไกล ๆ ถึงได้รู้ว่าเป็นตำรวจ นั่นทำให้เขาเริ่มออกแรงดิ้น
"อยู่เฉย ๆ "
"ปล่อยนะ ไอ้โจรห้าร้อย ไอ้โจรสารเลว ไอ้โจรเถื่อน!" เทียนดิ้นสุดกำลังทั้งยังทุบอกกำยำเพื่อให้หลุดออกจากอ้อมอกนี้ ทว่าแขนเขากลับถูกรวบขึ้นเหนือหัวทั้งสองข้าง
"กูสั่งให้หยุด"
"ไม่!" เทียนตอกกลับเสียงสั่นกลัว เพราะอยากรอดออกไปจากตรงนี้ทั้งที่ยังมีโอกาส ยิ่งเสียงเท้าเริ่มเข้ามาใกล้เท่าไร เทียนก็ออกแรงดิ้นมากขึ้นเท่านั้น
"ดื้อฉิบหาย" น้ำเสียงทุ้มกดต่ำ กรามหนาขบเข้าหากันแน่นคล้ายกำลังหมดทางเลือก เพราะมือทั้งสองข้างไม่ว่างเอามาปิดปากเด็กนี่ เทียนเตรียมจะอ้าปากร้องโวยวายให้ตำรวจได้ยิน
"ถ้ายังร้องอยู่ กูจะดูดปากมึงประเดี๋ยวนี้เลย"
"ยะ..อย่านะ" เทียนหดคอหนีเมื่อใบหน้าคมคายโน้มลงมาจนรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นร้อนเหนือริมฝีปาก ยิ่งตำรวจเข้ามาใกล้มากขึ้นจมูกโด่งเป็นสันถึงได้ชนเข้ากับจมูกเชิดรั้นของเทียน ริมฝีปากของอีกฝ่ายเข้ามาใกล้มากกว่าเดิมจนเทียนแทบไม่กล้าหายใจ หากขยับเพียงนิดเดียวเขาได้ถูกคนตรงหน้าจูบจริง ๆ แน่ เทียนเลยต้องยืนแข็งทื่อจวบจนกระทั่งเสียงฝีเท้านับสิบหายไป
"...." และทันทีที่ตำรวจลับตา ร่างสูงตระหง่านถึงได้ผละออกช้า ๆ ทั้งดวงตาที่ยังจดจ้องมายังใบหน้าของเทียนคล้ายกำลังสำรวจ ไหนจะรอยยิ้มมุมปากเหมือนยิ้มเยาะใส่เขา ก่อนอีกฝ่ายจะใช้มือดันแผ่นอกเทียนไม่ให้หนี แล้วโผล่หน้าออกไปเพื่อดูว่ากลุ่มตำรวจพ้นเขตนี้ไปหรือยัง
เป็นเพราะเขามัวแต่มองไปทางนั้น ดันลืมสังเกตด้านหลัง นั่นทำให้ตำรวจวัยกลางคนรีบยกปืนขึ้นมาเตรียมพร้อมจะยิงใส่ เทียนเบิกตากว้างกำลังจะกรีดร้องและดีดตัวหนี แต่ร่างของเขากลับถูกรวบเข้าไปในอ้อมแขนก่อนเสียงปืนจะดังลั่น
แทนที่กระสุนจะเจาะเข้าร่างโจรใจโฉด แต่กลับเด้งออกราวกับมีบางอย่างมาป้องกันเอาไว้
"หึ ๆ คิดจะฆ่าคนอย่างกู?" เสียงหัวเราะเยาะดังออกมาแผ่วเบา ก่อนเสียงลั่นไกปืนจะดังขึ้นพร้อมตำรวจที่ล้มลงไปกองกับพื้น
เทียนที่เห็นภาพตรงหน้าตกใจมากที่เห็นคนโดนยิงต่อหน้า ใบหน้าคมคร้ามกำลังจะลดสายตาลงมองไอ้เด็กฤทธิ์มาก ทว่ากลับถูกปากเล็ก ๆ งับเข้าเต็มแรง
"โอ๊ย!" แขนที่อุดมไปด้วยเส้นเลือดสะบัดออก เป็นจังหวะเดียวที่เทียนสามารถหลุดจากอ้อมอกไอ้โจรยักษ์นี่ได้ พอเป็นอย่างนั้นเทียนเลยรีบหมุนตัววิ่งหนีออกไป ทิ้งให้ร่างสูงยืนสะบัดแขนเพราะความเจ็บแสบ
เขายกข้างที่ถูกกัดขึ้นมอง เรียวคิ้วคมเข้มค่อย ๆขมวดเข้าหากันแน่น
โดนเสือกัดไม่มีแม้รอยขีดข่วน ขนาดปืนยิงยังไม่เจาะเข้าร่างสักนัด แต่พอโดนไอ้เด็กตัวกระจ้อยร่อยกัดทีเดียวดันมีรอยคมเขี้ยวน้อย ๆ ขึ้นเป็นแถบ
"อย่าให้กูเจอตัวอีกรอบนะ" คชาสบถหยาบลดสายตามองรอยฟันนั้นอีกรอบ
ถ้าเจออีกครั้งจริง ๆ น่าฉุดพากลับไปรังโจรฉิบหาย
TBC.
เอาล่ะะะ อารัมภบทไม่รู้จะดีพอทำให้นักอ่านชอบได้ไหมฮืออ เขียนลบเป็นสิบรอบแงงง แต่ออยทำเต็มที่ที่สุดแล้วค่ะ ยังไงฝากกดหัวใจ หรือคอมเมนต์เพื่อเป็นกำลังใจ ออยจะได้รีบมาต่อไวๆนะคะ
บทล่าสุด
#31 บทที่ 31 ปัจฉิมบท
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#30 บทที่ 30 ตอนที่ 29
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#29 บทที่ 29 ตอนที่ 28
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#28 บทที่ 28 ตอนที่ 27
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#27 บทที่ 27 ตอนที่ 26
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#26 บทที่ 26 ตอนที่ 25
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#25 บทที่ 25 ตอนที่ 24
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#24 บทที่ 24 ตอนที่ 23
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#23 บทที่ 23 ตอนที่ 22
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#22 บทที่ 22 ตอนที่ 21
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026
คุณอาจชอบ 😍
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
Loveless ก็ไม่ได้รักสักนิด
คลั่งรักลูกหนี้
กลางวันเธอจึงต้องทำงานในไร่
ส่วนกลางคืน
เธอต้องทำงานบนเตียง
จนกว่าเจ้าของเงินกู้ก้อนใหญ่อย่างเขา
‘จะพอใจ’
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
กลรักเมียแต่ง
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
สูตรรักศาสตราจารย์
ในวันที่คุณหมอออกเวรตอนเช้า แล้วเพิ่งจะคล้อยหลับไปไม่ทันได้หนึ่งชั่วโมง เสียง ปัก ปัก จากข้างห้องดังจนหัวเตียงเธอแทบจะคลอนตาม ด้วยความโมโห หมอปรางถึงขั้นเอากระดาษที่เขียนด้วยลายมือหมอ ไปแปะไว้ที่หน้าห้องข้างๆ
"ตำน้ำพริก กรุณารองครกด้วยค่ะ"
พร้อมคำสาบแช่งเล็กๆ น้อยๆ
"สาธุ ขอให้มันอักเสบ หรือไม่ก็ให้เตียงมันหักไปซะจะได้ไม่ต้องเสียงดัง"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"คุณไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล เชิญห้องตรวจหนึ่งค่ะ"
"ตุ่มคล้ายสิวหรือหนองขึ้นที่โคนอวัยวะเพศใช่ไหมคะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"ฉิบหายแล้วแกนังปราง มีเรื่องกับใครไม่มี นั่นน่ะหรือตาบ้าข้างห้องแกอ่ะ"
"อื้อ แกรู้จักหรือ"
"เรียกว่าทั้งมหาวิทยาลัยใครบ้างไม่รู้จักเขาดีกว่า"
"ตอนนั้นฉันอยู่ไม่เห็นรู้จัก"
"ก็แก มันสนใจอะไรรอบตัวบ้าง นั่นน่ะ อาจารย์วิทย์ รองศาสตราจารย์ไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล กำลังจะได้เป็นศาสตราจารย์อยู่รอมร่อ จนเขาว่ากันว่าจะเป็นศาตราจารย์ที่หนุ่มและหล่อที่สุด ที่สำคัญเขาเป็นอาจารย์อยู่คณะนิติศาสตร์ ฉิบหายไหมคราวนี้"
"ฉิบหายล่ะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
เมียเด็กของผู้พันสายดุ
การสูญเสียพ่อผู้เป็นดั่งโลกทั้งใบในภารกิจลับ ทำให้ชีวิตของ ‘ม่านมุก’ เด็กสาววัยยี่สิบปีต้องพลิกผัน เธอถูกโยนเข้ามาอยู่ในความดูแลของ ‘พันเอก รุจิภาส วงศ์เดชา’ ผู้บังคับการกองพันทหารราบสายดุ ผู้ชายที่พ่อเธอเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเขาไว้!
เขาคือเสือร้ายแห่งกองทัพ เย่อหยิ่ง บ้าอำนาจ และไร้ซึ่งความอ่อนโยน
เขาต้อนรับเธอด้วย 'กฎเหล็ก 5 ข้อ' ที่ขีดเส้นแบ่งสถานะระหว่าง 'ผู้ปกครอง' และ 'เด็กในความดูแล' อย่างชัดเจน
ทว่า... ภายใต้ใบหน้าที่ถมึงทึงและคำพูดที่เย็นชา กลับซ่อนความรู้สึกหวงแหนที่ลึกล้ำจนน่ากลัว
ยิ่งเธอพยศ เขาก็ยิ่งอยากปราบให้อยู่หมัด
ยิ่งเธอหนี เขาก็ยิ่งอยากกักขังเธอไว้ในกรงทองของเขาตลอดกาล!
แต่เมื่อความจริงในอดีตถูกเปิดเผย พร้อมกับความลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้รอยแผลเป็น
สมรภูมิแห่งความรักครั้งนี้... ผู้พันสายดุจะยอมคุกเข่าเพื่อสยบหัวใจเด็กพยศได้อย่างไร?
“จำไว้นะม่านมุก... ใครกล้าแตะต้องเธอ... มันต้องตาย!”
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป













